วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เอกพุทธศิลปสถาปัตยกรรมไทย หนึ่งเดียวในโลก

โลหะปราสาทหนึ่งเดียวในโลก ที่ “วัดราชนัดดาฯ”

ประวัติความเป็นมา


        ในยุคสมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นั้น นอกจากจะเป็นยุคที่เศรษฐกิจของประเทศสยามจะรุ่งเรืองสุดๆ แล้ว ก็ยังถือว่าเป็นยุคทองของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอีกต่างหาก เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีศรัทธาในศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นจึงได้มีการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่าอีกหลายวัดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวัดราชโอรสาราม วัดเทพธิดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และอีกมากมายหลายวัดซึ่งก็ล้วนแล้วแต่สวยงามต่างกันไป

    สำหรับ “วัดราชนัดดาราม ราชวรวิหาร” ที่จะพามาชมในวันนี้ ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2389 ในปลายรัชกาลของพระองค์

    ส่วนเหตุที่วัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดราชนัดดา หรือแปลว่า หลานของพระมหากษัตริย์นั้น ก็เนื่องจากว่าพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี (ภายหลังทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) 

พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ณ บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ 

         บางคนคงจะทราบถึงศิลปะแบบ “พระราชนิยม” ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ว่า โปรดการสร้างวัดด้วยศิลปะแบบจีน คือมีจุดเด่นตรงที่หลังคาของโบสถ์หรือวิหารในส่วนที่เป็นหน้าบันนั้น จะเป็นแบบเรียบๆ ตัดส่วนที่เป็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ออกทั้งหมด แต่สำหรับสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในวัดราชนัดดารามนี้ก็ยังเป็นแบบไทย พระอุโบสถเป็นมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า “พระเสฏฐตมมุนี” ส่วนพระวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า “พระพุทธชุติธรรมนราสพ”

          แต่สิ่งที่โดดเด่นของวัดราชนัดดารามที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ “โลหะปราสาท” หนึ่งเดียวในประเทศไทย และหนึ่งเดียวของโลกด้วย แม้จะเป็นโลหะปราสาทหนึ่งเดียวของโลก แต่โลหะปราสาทนี้ก็ไม่ได้เป็นหลังแรก เพราะก่อนหน้านี้ในประวัติศาสตร์ก็เคยมีการสร้างโลหะปราสาทมาแล้ว 2 หลังด้วยกัน หลังแรกก็คือปราสาทของนางวิสาขา บุตรีของธนัญชัยเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ประเทศอินเดีย โดยได้สร้างโลหะปราสาทที่มีชื่อว่า “มิคารมาตุปราสาท” เพื่อถวายเป็นที่อยู่ให้แก่พระสงฆ์ มีลักษณะเป็นปราสาท 2 ชั้น มี 1,000 ห้อง ปัจจุบันโลหะปราสาทหลังนี้หักพังจนไม่เหลือร่องรอยให้เห็นแล้ว

         ส่วนโลหะปราสาทหลังที่ 2 ผู้สร้างคือ พระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราชปุระ ประเทศลังกา ทรงสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.382 โลหะปราสาทหลังนี้มี 9 ชั้น 1,000 ห้อง หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดง ผนังเป็นไม้ประดับด้วยหินมีค่าและงาช้าง สร้างให้พระภิกษุสงฆ์อยู่อาศัยเช่นกัน ภายหลังโลหะปราสาทนี้ได้ถูกไฟไหม้และถูกทำลาย จนตอนนี้เหลือเพียงซากปราสาท แต่ก็ยังเห็นความยิ่งใหญ่ของเสาหินถึงประมาณ 1,600 ต้นด้วยกัน

          จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 3 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโลหะปราสาทหลังที่ 3 นี้ขึ้นโดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นแทนการสร้างธรรมเจดีย์ อีกทั้งพระองค์ยังโปรดฯ ให้ช่างเดินทางไปดูแบบถึงยังประเทศลังกา และนำเค้าเดิมนั้นมาเป็นแบบสร้าง แล้วปรับปรุงให้เป็นศิลปกรรมแบบไทยเรา

ซึ่งด้านในของโลหะปราสาทนี้ จะประกอบด้วย




        นิทรรศการตำนานโลหะปราสาท ซึงเป็นสื่อแสดงตำนานความเป็นมา ประวัติการก่อสร้าง และการบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาท เพื่อถ่ายทอดคุรค่าและความสำคัญของมรดกทางสถาปัตยกรรมของชาติและพุทธสถานสำคัญของโลก






           ระเบียงปริยัติธรรม  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการนั่งสมาธิ และปฎิบัติธรรม ที่มีความสงบมาก เพราะในโลหะปราสาทนี้จะมีที่สำหรับนั่งสมาธิ และเดินจงกรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก สำหรับผู้ที่ต้องการหาสถานที่สงบ








            พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดโลหะปราสาท  เป็นที่ประดิษฐ์พระบรมสารีริกธาตุ ที่เสริมส่งให้โลหะปราสาทเป็นพุทธเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์และสมบูรณ์ประดุจองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจพุทธศาสนิกชนไทยนิรันดร




ลักษณะของการนำเสนอ เนื้อหาในแหล่งการเรียนรู้
1. แผ่นพับ วิดิโอ



2.จัดนิทรรศการ ให้ความรู้ 



3. ให้ความรู้ผ่านทาง ภาพ Animation , วิดีทัศน์





การนำแหล่งเรียนรู้ไปใช้ในการสอนวิชา


       โลหะประสาสตร์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม และรายวิชาศิลปะ เพราะ สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของการสร้างโลหะประสาท และยังเป็นสถาปัตยกรรมที่มีแห่งเดียวในโลก ที่มีการสร้างด้วยโลหะทั้งหมด จึงเป็นสื่อในการใช้สอนและยังทำให้นักเรียนได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


ข้อมูลทั่วไป
- ที่ตั้ง ถ. มหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
- เปิดทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.


การเดินทาง
รถประจำทางสาย 2, 9, 39, 44, 68, 79, 503, 511, 512, 516, ปอ.พ. 1, 8 และ10
เรือ คลองแสนแสบ ลงสถานี ผ่านฟ้าลีลาศ

ขอบคุณ ผู้ร่วมเดินทาง





วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บทบาทและความสำคัญของนวัตกรรมและเทคโนโลยี


ปัจจุบันสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีนั้น มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้นเราควรที่จะรู้จักและทำความเข้าใจกับคำว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยี นวัต แปลว่า ใหม่ กรรมแปลว่า การกระทำ ซึ่ง “นวัตกรรม” หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น ส่วนคำว่า “เทคโนโลยี” หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วัสดุ หรือ แม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่าง ๆ 

เทคโนโลยีนั้นมีพัฒนาการที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับงานต่างๆอยู่ตลอดเวลา ทำให้นักธุรกิจให้ความสนใจและคอยพัฒนาเทคโนโลยี ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จนทำให้เกิดการบริการใหม่ๆขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น การส่งข่าวสารผ่านอินเทอร์เนต การโหลดเพลง การติดต่อสือสารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการพัฒนาต่างๆเหล่านี้ยังส่งผลให้ เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆขึ้นมาอีกมากมาย รวมไปถึงการศึกษา 


นวัตกรรมทางการศึกษาที่เราควรรู้นั้นจะช่วยให้ทำให้การศึกษานั้นมีการพัฒนาหรือเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น เช่น การทำสื่อในการช่วยสอน จะส่งผลให้การเรียนการสอนนั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดแรงจูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษา และประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมการศึกษามากมายหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งนวัตกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว และประเภทที่กำลังเผยแพร่ เช่น การเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สื่อหลายมิติ และอินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนการสอนของแต่ละบุคคลได้

ดังนั้นเทคโนโลยีนั้นจึงมีบทบาทและความสำคัญมาก และมีแนวโน้วที่จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานสารสนเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแตการผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้ และการแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ระวัง !! Spam จะมาเยือนคุณโดยไม่รู้ตัว




แจ้งเตือนเรื่อง spam mail
ข่าวจากศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยู



เนื่องจากระบบได้ตรวจจับลักษณะของอีเมที่มีการส่งออกซ้ำๆมากจนเกินผิดปกติ และมากเกิน 200 messages ในเนื้อหาเดียวกันจากหลายๆ uล์ser ซึ่งทั้งหมดเป็นอีเมล์ที่ถูกส่งมาจากชาวต่างชาติ ในแถบทวีปอเมริกา และกว่า 86% ของอีเมล์นี้ได้ถูกส่งมาจากประเทศ Senegal ทางทีมงานไทยเดทฟอร์ยูจึงได้ไปสืบค้นประวัติ user ที่มีการส่งเมล์ประเภทนี้ออกมา พบว่า สมาชิกส่วนใหญ่โปรไฟล์จะไม่สมบูรณ์ ไม่มีคำอธิบายลักษณะส่วนตัวที่ชัดเจน และส่วนมากจะมีคำว่า “i’am a nice girl looking for nice man.” อยู่ในโปรไฟล์ และลักษณะการตอบบทสัมภาษณ์จะตอบในเชิงหลีกเลี่ยง คือจะตอบคำว่า “tell you letter” เป็นส่วนใหญ่ 

สำหรับในเนื้อหาอีเมล์ที่ถูกส่งมาเป็นอีเมล์ในลักษณะที่เชิญชวนให้ผู้รับติดต่อกลับไปยังเจ้าของอีเมล์นั้น ๆ โดยให้ที่อยู่อีเมล์อีเมล์ติดต่อกลับแนบมากับอีเมล์ spam นั้นด้วย ซึ่งตัวอย่างอีเมล์ที่ตรวจพบว่ามีการส่งออกมากที่สุด มีดังนี้ค่ะ 

HELLO, My name is (ชื่อผู้ส่ง) i saw your profile today and became intrested in you,i will also like to know you the more,and i want you to send an email to my email address so i can give you my picture for you to know whom i am.Here is my email address (อีเมล์ติดต่อกลับ) I believe we can move from here I am waiting. (Remeber the distance or colour even your agde does not matter but love matters a lot in life) Thanks Yours (ชื่อผู้ส่ง).



ทางศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูดอทคอม จึงขอแจ้งเตือนมายังสมาชิกที่ได้รับอีเมล์ในเนื้อหาลักษณะดังกล่าว โปรดอย่าตอบกลับเจ้าของอีเมล์นั้นๆ และคุณสามารถแจ้งรายงาน spam อีเมล์ได้ที่ศูนย์ความปลอดภัย ซึ่งทางเราจะเข้าไปตรวจสอบ user นั้นๆ และทำการกำจัดโดยเร็วที่สุด 


แหล่งที่มา http://www.thaidate4u.com/modules/?p=36/


สรุปประเด็นของข่าว
    ศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูได้ตรวจสอบอีเมล์ที่มีการส่งออกซ้ำๆมากจนเกินผิดปกติ ซึ่งในเนื้อหาอีเมล์ที่ถูกส่งมาเป็นอีเมล์ในลักษณะที่เชิญชวนให้ผู้รับติดต่อกลับไปยังเจ้าของอีเมล์นั้น ๆ โดยให้ที่อยู่อีเมล์อีเมล์ติดต่อกลับจะแนบมากับอีเมล์ spam นั้นด้วย ทางศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูดอทคอม จึงขอแจ้งเตือนมายังสมาชิกที่ได้รับอีเมล์ในเนื้อหาลักษณะดังกล่าว โปรดอย่าตอบกลับเจ้าของอีเมล์นั้นๆ และคุณสามารถแจ้งรายงาน spam อีเมล์ได้ที่ศูนย์ความปลอดภัย ซึ่งทางเราจะเข้าไปตรวจสอบ user นั้นๆ และทำการกำจัดโดยเร็วที่สุด 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีบทลงโทษ ดังนี้

มาตรา 11 “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท” (มีแต่โทษปรับไม่มีโทษจำคุก)ส่วนกรณีที่สแปมเมลสร้างความเสียหายดังเช่นตัวอย่างข้างต้น ก็สามารถนำกฎหมายอาญาเรื่องการฉ้อโกง

มาตรา 341 “ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม รวมถึงการหลอกลวงให้ทำ ถอน หรือ ทำลายเอกสารสิทธิ ผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาใช้เพื่อเพิ่มบทลงโทษได้

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

       ปัจจุบัน ถ้าพูดถึงเรื่องการติดต่อสื่อสารนั้น การติดต่อทางอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในสังคมไปแล้ว เพราะการติดต่อทางอินเทอร์เน็ตนั้น ถือว่าเป็นการติดต่อที่สะดวก รวดเร็ว ในด้านธุรกิจ ซึ่งอีเมล์ ก็เป็นการสื่อสารยอดฮิตของคนทำงานที่ประหยัด และรวดเร็ว แต่หลายคนนั้นก็ยังคงเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้อีเมล์ ซึ่งการใช้เมล์ที่ถูกต้องนั้น เราควรที่จะตรวจสอบข้อมูลที่เราได้รับว่า เป็นการส่งจากผู้ใด เรื่องใด ถ้าหากเป็นบุคคลที่เราไม่รู้จัก เราก็ควรที่จะระมัดระวังในการเปิดอ่าน หรือ ตอบกลับ อีเมล์ฉบับนั้น ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย และเป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารที่สะดวกมากขึ้น






วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สบ๊าย สบาย ตาม สไตล์ Memory Pear


เรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัว..

    

       ายลมยามเย็นกับแสงแดดอ่อนๆ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเล่นกลางสวนดอกไม้หน้าบ้าน ด้วยความร่าเริงและมีความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กหญิงคนนั้นทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างมีรอยยิ้มและมีความสุขกับเธอไปด้วยหรือป่าว ^__^ เด็กผู้หญิงคนนี้มีลักษณะ คิ้วคมเข้มเข้ากับดวงตาที่กลมโตสีดำสนิท จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากสีชมพู (อันนี้ไม่แน่ใจ) ผมยาวดำหยักศกเข้ากับใบหน้าอันเรียวยาวเป็นรูปไข่มั้ง ดูแล้วน่ารักมากกกก ซึ่งเด็กหญิงคนนี้มีชื่อว่า แพร ^o^


      ก่อนที่ดิฉันจะเพ้อฝันกับลักษณะหน้าตาของตัวเองไปมากกว่านี้ ^^ เรามาทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการดีกว่าค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉัน.. นางสาวมุทิตา อุเบกขา เฮ้ย!! ไม่ใช่ กฤชอาคมค่าา ซึ่งมีความหมายตรงตัวเลย มุทิตา แปลว่า ผู้ที่มีความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ส่วนนามสกุล 
กฤชอาคม แปลว่า กริชที่ลงด้วยอาคมมั้งคะ ^^ ชื่อเล่นจริงๆ ชื่อว่า  แพร แต่ที่บ้านจะเรียกว่า น้องแพร และเพื่อนๆในกลุ่มจะเรียกว่า พี่แพร ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่าเรียกชื่อไหนแพรก็หันหมดแหละค่ะ อาจเป็นเพราะว่า เป็นลูกสาวคนเดียวในครอบครัว เกี่ยวกันไหม??? แพรเกิด วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ.ไม่บอกแล้วกันนะคะ เอาเป็นว่า ก็เท่าๆกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันแหละค่ะ เค้าว่ากันว่า คนเกิดวันอังคาร ถ้าทำอะไรสำเร็จ มักจะภูมิใจมาก เก็บความลับเก่ง ไม่เสแสร้ง 
ไม่ค่อยประหยัด (อันนี้จริงมาก ^^!!!) ปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ ทิฐิเยอะ เข้าใจยาก มีเหตุผลเสมอ<หรอออ> ส่วนคนที่เกิดเดือน มกราคม ก็จะมีนิสัย ซื่อสัตย์ จริงใจ ติดบ้าน ไม่ค่อยเข้าสังคม ขยันทำงาน<< สองอันนี้รู้สึกจะไม่ตรง 55+ อ่อนไหว ห่วงใย ใส่ใจคนอื่น ขี้อาย ขี้หึง แต่ก็รู้วิธีที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข ^^ โรแมนติก แต่ไม่ค่อยยอมแสดงออก 555 ดิฉันเป็นคนที่ให้ความสนใจในเรื่องของดวงมากค่ะ แบบว่า ถ้าเห็นเรื่องเกี่ยวกับดวง เมื่อไรจะต้องเข้าไปอ่านให้ได้ ตั้งใจอ่านกว่าหนังสือเรียนอีกนะคะ >///< กรุ๊ปเลือด B ค่ะ ก็จะเป็นคนเจ้าน้ำตา คิดมาก ชอบเก็บอะไรมาคิด นิสัยเหมือนเด็กเวลามีความรัก ?? ขี้อ้อน อยู่ไม่สุข อารมณ์แปรปรวน T T นี้เป็นนิสัยคร่าวๆที่เอามาแนะนำให้เพื่อนๆ พี่ๆ และอาจารย์รู้จักนะคะ แต่ดูเหมือนจะเยอะไปนิดนึง ^^ กลับมา เรื่องของแพรกันต่อดีกว่า แพร ชอบสีฟ้าเข้มๆไปทางสีน้ำเงิน ชอบดูโทรทัศน์ ชอบเล่น Facebook ชอบกินขนม แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ชอบ Shopping แต่ไม่ชอบเดินห้าง ชอบเที่ยวทะเล ชอบไปน้ำตก แต่ว่ายน้ำไม่เป็น ชอบดูหนัง ชอบฟังเพลง ชอบร้องคาราโอเกะ ชอบรำ ชอบเล่นเกมส์ ฯลฯ ^^

      ขอเล่าเรื่องในครอบครัวนิดนึงนะคะ ^^ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวเล็กๆ มี 
พ่อ แม่ และก็ ฉันเอง พ่อและแม่ของฉันมีอาชีพรับราชการครูทั้งคู่ พวกเราอาศัพอยู่ในบ้านหลังเล็กที่เรียกว่า บ้านแสนรัก <3 บ้านของฉันตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆมาก ใกล้กับจังหวัดอยุธยา นั้นเอง 



มาต่อด้วยประวัติการศึกษาเล็กน้อย 
อนุบาล- ประถม 6 >> โรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง >>   
ความทรงจำฝั่งใจ เคยได้คะแนน วิชาคณิตศาสตร์ เต็ม 100 คะแนน เป็นการได้คะแนนที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะโตขึ้นคะแนนคณิตศาสตร์ เริ่มต่ำลงๆ ทุกที นี้คงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ ชอบเรียนคณิตศาสตร์ ก็ได้นะ ^^


มัธยมต้น - มัธยมปลาย >>  
โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม >> โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่พ่อของฉันสอนอยู่คะ 
จำได้ว่า เช้าไปโรงเรียนพร้อมพ่อ กลับบ้านก็กลับบ้านพร้อมพ่อ ดูเป็นเด็กดีนะคะ แต่พอช่วงม.ปลาย นี้ขอกลับบ้านเย็นตลอดค่ะ ไม่ใช่ หนีเที่ยว ติดเพื่อน ติดแฟนนะคะ อันหลังนิไม่มี >"< แต่ทำการบ้าน ติวหนังสือ เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยกับเพื่อนๆค่าาาาา 

อุดมศึกษา >>   มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เอกคณิตศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 5 ปี >> ก่อนอื่น ขอเล่าความประทับใจ ในก้าวแรกที่ได้มาเป็นนิสิตเอกคณิตศาสตร์นั้น ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นมีรุ่นพี่ที่คอยดูแลแบบพี่น้อง




และยังมีเพื่อนๆที่รักและคอยช่วยเหลือกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน มีทั้งเสียงหัวเราะ และ ร้องไห้ ไปพร้อมๆกัน จึงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ^^ ซึ่งตอนนี้ ฉันเรียนอยู่ ปี 3 แล้วววจึงทำให้พวกเราสนิทกันมากขึ้น





แต่มีเพื่อนในเอกอยู่กลุ่มนึง พวกเราสนิทกันมาก ทำงานร่วมกัน ไปไหนไปกัน พร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่เคยทิ้งกัน <3 ขอบคุณมากๆนะ ^^

อ่านกันแล้ว เป็นไงบ้างคะ รู้จักกันมากขึ้นหรือป่าว ยังไงติดตามกันบล็อกหน้านะคะ 
ปล. อ่านแล้วช่วยคอมเม้น ติชม กันหน่อย เพื่อเป็นกำลังใจและแนวทางปรับปรุงบล็อกหน้าด้วยค่ะขอบคุณมากมายค่ะ ^^