วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เอกพุทธศิลปสถาปัตยกรรมไทย หนึ่งเดียวในโลก

โลหะปราสาทหนึ่งเดียวในโลก ที่ “วัดราชนัดดาฯ”

ประวัติความเป็นมา


        ในยุคสมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นั้น นอกจากจะเป็นยุคที่เศรษฐกิจของประเทศสยามจะรุ่งเรืองสุดๆ แล้ว ก็ยังถือว่าเป็นยุคทองของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอีกต่างหาก เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีศรัทธาในศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นจึงได้มีการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่าอีกหลายวัดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวัดราชโอรสาราม วัดเทพธิดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และอีกมากมายหลายวัดซึ่งก็ล้วนแล้วแต่สวยงามต่างกันไป

    สำหรับ “วัดราชนัดดาราม ราชวรวิหาร” ที่จะพามาชมในวันนี้ ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2389 ในปลายรัชกาลของพระองค์

    ส่วนเหตุที่วัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดราชนัดดา หรือแปลว่า หลานของพระมหากษัตริย์นั้น ก็เนื่องจากว่าพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี (ภายหลังทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) 

พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ณ บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ 

         บางคนคงจะทราบถึงศิลปะแบบ “พระราชนิยม” ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ว่า โปรดการสร้างวัดด้วยศิลปะแบบจีน คือมีจุดเด่นตรงที่หลังคาของโบสถ์หรือวิหารในส่วนที่เป็นหน้าบันนั้น จะเป็นแบบเรียบๆ ตัดส่วนที่เป็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ออกทั้งหมด แต่สำหรับสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในวัดราชนัดดารามนี้ก็ยังเป็นแบบไทย พระอุโบสถเป็นมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า “พระเสฏฐตมมุนี” ส่วนพระวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า “พระพุทธชุติธรรมนราสพ”

          แต่สิ่งที่โดดเด่นของวัดราชนัดดารามที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ “โลหะปราสาท” หนึ่งเดียวในประเทศไทย และหนึ่งเดียวของโลกด้วย แม้จะเป็นโลหะปราสาทหนึ่งเดียวของโลก แต่โลหะปราสาทนี้ก็ไม่ได้เป็นหลังแรก เพราะก่อนหน้านี้ในประวัติศาสตร์ก็เคยมีการสร้างโลหะปราสาทมาแล้ว 2 หลังด้วยกัน หลังแรกก็คือปราสาทของนางวิสาขา บุตรีของธนัญชัยเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี ประเทศอินเดีย โดยได้สร้างโลหะปราสาทที่มีชื่อว่า “มิคารมาตุปราสาท” เพื่อถวายเป็นที่อยู่ให้แก่พระสงฆ์ มีลักษณะเป็นปราสาท 2 ชั้น มี 1,000 ห้อง ปัจจุบันโลหะปราสาทหลังนี้หักพังจนไม่เหลือร่องรอยให้เห็นแล้ว

         ส่วนโลหะปราสาทหลังที่ 2 ผู้สร้างคือ พระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราชปุระ ประเทศลังกา ทรงสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.382 โลหะปราสาทหลังนี้มี 9 ชั้น 1,000 ห้อง หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดง ผนังเป็นไม้ประดับด้วยหินมีค่าและงาช้าง สร้างให้พระภิกษุสงฆ์อยู่อาศัยเช่นกัน ภายหลังโลหะปราสาทนี้ได้ถูกไฟไหม้และถูกทำลาย จนตอนนี้เหลือเพียงซากปราสาท แต่ก็ยังเห็นความยิ่งใหญ่ของเสาหินถึงประมาณ 1,600 ต้นด้วยกัน

          จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 3 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโลหะปราสาทหลังที่ 3 นี้ขึ้นโดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นแทนการสร้างธรรมเจดีย์ อีกทั้งพระองค์ยังโปรดฯ ให้ช่างเดินทางไปดูแบบถึงยังประเทศลังกา และนำเค้าเดิมนั้นมาเป็นแบบสร้าง แล้วปรับปรุงให้เป็นศิลปกรรมแบบไทยเรา

ซึ่งด้านในของโลหะปราสาทนี้ จะประกอบด้วย




        นิทรรศการตำนานโลหะปราสาท ซึงเป็นสื่อแสดงตำนานความเป็นมา ประวัติการก่อสร้าง และการบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาท เพื่อถ่ายทอดคุรค่าและความสำคัญของมรดกทางสถาปัตยกรรมของชาติและพุทธสถานสำคัญของโลก






           ระเบียงปริยัติธรรม  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการนั่งสมาธิ และปฎิบัติธรรม ที่มีความสงบมาก เพราะในโลหะปราสาทนี้จะมีที่สำหรับนั่งสมาธิ และเดินจงกรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก สำหรับผู้ที่ต้องการหาสถานที่สงบ








            พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดโลหะปราสาท  เป็นที่ประดิษฐ์พระบรมสารีริกธาตุ ที่เสริมส่งให้โลหะปราสาทเป็นพุทธเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์และสมบูรณ์ประดุจองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจพุทธศาสนิกชนไทยนิรันดร




ลักษณะของการนำเสนอ เนื้อหาในแหล่งการเรียนรู้
1. แผ่นพับ วิดิโอ



2.จัดนิทรรศการ ให้ความรู้ 



3. ให้ความรู้ผ่านทาง ภาพ Animation , วิดีทัศน์





การนำแหล่งเรียนรู้ไปใช้ในการสอนวิชา


       โลหะประสาสตร์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวััฒนธรรม และรายวิชาศิลปะ เพราะ สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของการสร้างโลหะประสาท และยังเป็นสถาปัตยกรรมที่มีแห่งเดียวในโลก ที่มีการสร้างด้วยโลหะทั้งหมด จึงเป็นสื่อในการใช้สอนและยังทำให้นักเรียนได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


ข้อมูลทั่วไป
- ที่ตั้ง ถ. มหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
- เปิดทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.


การเดินทาง
รถประจำทางสาย 2, 9, 39, 44, 68, 79, 503, 511, 512, 516, ปอ.พ. 1, 8 และ10
เรือ คลองแสนแสบ ลงสถานี ผ่านฟ้าลีลาศ

ขอบคุณ ผู้ร่วมเดินทาง





วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บทบาทและความสำคัญของนวัตกรรมและเทคโนโลยี


ปัจจุบันสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีนั้น มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้นเราควรที่จะรู้จักและทำความเข้าใจกับคำว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยี นวัต แปลว่า ใหม่ กรรมแปลว่า การกระทำ ซึ่ง “นวัตกรรม” หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น ส่วนคำว่า “เทคโนโลยี” หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วัสดุ หรือ แม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่าง ๆ 

เทคโนโลยีนั้นมีพัฒนาการที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับงานต่างๆอยู่ตลอดเวลา ทำให้นักธุรกิจให้ความสนใจและคอยพัฒนาเทคโนโลยี ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จนทำให้เกิดการบริการใหม่ๆขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น การส่งข่าวสารผ่านอินเทอร์เนต การโหลดเพลง การติดต่อสือสารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการพัฒนาต่างๆเหล่านี้ยังส่งผลให้ เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆขึ้นมาอีกมากมาย รวมไปถึงการศึกษา 


นวัตกรรมทางการศึกษาที่เราควรรู้นั้นจะช่วยให้ทำให้การศึกษานั้นมีการพัฒนาหรือเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น เช่น การทำสื่อในการช่วยสอน จะส่งผลให้การเรียนการสอนนั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดแรงจูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษา และประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมการศึกษามากมายหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งนวัตกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว และประเภทที่กำลังเผยแพร่ เช่น การเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สื่อหลายมิติ และอินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนการสอนของแต่ละบุคคลได้

ดังนั้นเทคโนโลยีนั้นจึงมีบทบาทและความสำคัญมาก และมีแนวโน้วที่จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานสารสนเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแตการผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้ และการแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ระวัง !! Spam จะมาเยือนคุณโดยไม่รู้ตัว




แจ้งเตือนเรื่อง spam mail
ข่าวจากศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยู



เนื่องจากระบบได้ตรวจจับลักษณะของอีเมที่มีการส่งออกซ้ำๆมากจนเกินผิดปกติ และมากเกิน 200 messages ในเนื้อหาเดียวกันจากหลายๆ uล์ser ซึ่งทั้งหมดเป็นอีเมล์ที่ถูกส่งมาจากชาวต่างชาติ ในแถบทวีปอเมริกา และกว่า 86% ของอีเมล์นี้ได้ถูกส่งมาจากประเทศ Senegal ทางทีมงานไทยเดทฟอร์ยูจึงได้ไปสืบค้นประวัติ user ที่มีการส่งเมล์ประเภทนี้ออกมา พบว่า สมาชิกส่วนใหญ่โปรไฟล์จะไม่สมบูรณ์ ไม่มีคำอธิบายลักษณะส่วนตัวที่ชัดเจน และส่วนมากจะมีคำว่า “i’am a nice girl looking for nice man.” อยู่ในโปรไฟล์ และลักษณะการตอบบทสัมภาษณ์จะตอบในเชิงหลีกเลี่ยง คือจะตอบคำว่า “tell you letter” เป็นส่วนใหญ่ 

สำหรับในเนื้อหาอีเมล์ที่ถูกส่งมาเป็นอีเมล์ในลักษณะที่เชิญชวนให้ผู้รับติดต่อกลับไปยังเจ้าของอีเมล์นั้น ๆ โดยให้ที่อยู่อีเมล์อีเมล์ติดต่อกลับแนบมากับอีเมล์ spam นั้นด้วย ซึ่งตัวอย่างอีเมล์ที่ตรวจพบว่ามีการส่งออกมากที่สุด มีดังนี้ค่ะ 

HELLO, My name is (ชื่อผู้ส่ง) i saw your profile today and became intrested in you,i will also like to know you the more,and i want you to send an email to my email address so i can give you my picture for you to know whom i am.Here is my email address (อีเมล์ติดต่อกลับ) I believe we can move from here I am waiting. (Remeber the distance or colour even your agde does not matter but love matters a lot in life) Thanks Yours (ชื่อผู้ส่ง).



ทางศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูดอทคอม จึงขอแจ้งเตือนมายังสมาชิกที่ได้รับอีเมล์ในเนื้อหาลักษณะดังกล่าว โปรดอย่าตอบกลับเจ้าของอีเมล์นั้นๆ และคุณสามารถแจ้งรายงาน spam อีเมล์ได้ที่ศูนย์ความปลอดภัย ซึ่งทางเราจะเข้าไปตรวจสอบ user นั้นๆ และทำการกำจัดโดยเร็วที่สุด 


แหล่งที่มา http://www.thaidate4u.com/modules/?p=36/


สรุปประเด็นของข่าว
    ศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูได้ตรวจสอบอีเมล์ที่มีการส่งออกซ้ำๆมากจนเกินผิดปกติ ซึ่งในเนื้อหาอีเมล์ที่ถูกส่งมาเป็นอีเมล์ในลักษณะที่เชิญชวนให้ผู้รับติดต่อกลับไปยังเจ้าของอีเมล์นั้น ๆ โดยให้ที่อยู่อีเมล์อีเมล์ติดต่อกลับจะแนบมากับอีเมล์ spam นั้นด้วย ทางศูนย์ความปลอดภัยไทยเดทฟอร์ยูดอทคอม จึงขอแจ้งเตือนมายังสมาชิกที่ได้รับอีเมล์ในเนื้อหาลักษณะดังกล่าว โปรดอย่าตอบกลับเจ้าของอีเมล์นั้นๆ และคุณสามารถแจ้งรายงาน spam อีเมล์ได้ที่ศูนย์ความปลอดภัย ซึ่งทางเราจะเข้าไปตรวจสอบ user นั้นๆ และทำการกำจัดโดยเร็วที่สุด 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีบทลงโทษ ดังนี้

มาตรา 11 “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท” (มีแต่โทษปรับไม่มีโทษจำคุก)ส่วนกรณีที่สแปมเมลสร้างความเสียหายดังเช่นตัวอย่างข้างต้น ก็สามารถนำกฎหมายอาญาเรื่องการฉ้อโกง

มาตรา 341 “ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม รวมถึงการหลอกลวงให้ทำ ถอน หรือ ทำลายเอกสารสิทธิ ผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาใช้เพื่อเพิ่มบทลงโทษได้

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

       ปัจจุบัน ถ้าพูดถึงเรื่องการติดต่อสื่อสารนั้น การติดต่อทางอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในสังคมไปแล้ว เพราะการติดต่อทางอินเทอร์เน็ตนั้น ถือว่าเป็นการติดต่อที่สะดวก รวดเร็ว ในด้านธุรกิจ ซึ่งอีเมล์ ก็เป็นการสื่อสารยอดฮิตของคนทำงานที่ประหยัด และรวดเร็ว แต่หลายคนนั้นก็ยังคงเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้อีเมล์ ซึ่งการใช้เมล์ที่ถูกต้องนั้น เราควรที่จะตรวจสอบข้อมูลที่เราได้รับว่า เป็นการส่งจากผู้ใด เรื่องใด ถ้าหากเป็นบุคคลที่เราไม่รู้จัก เราก็ควรที่จะระมัดระวังในการเปิดอ่าน หรือ ตอบกลับ อีเมล์ฉบับนั้น ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย และเป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารที่สะดวกมากขึ้น